Translate

วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สวัสดีปีใหม่ 2556



                              พรปีใหม่แด่.....ท่านผู้อ่านทุกท่าน
                             
                            Happy  new  Year  2013

                                               


                              โชคลาภยศศักดิ์พร้อม          ยั่งยืน

                              ศิริมงคลทุกวันคืน                 ครอบไว้

                              เลิศชีพยิ่งโลกฟื้น                  สวรรค์ฟาก

                             สุขจิตอิ่มใจไซร้                    สุขภาพพร้อมพูนเกษม

                                            ...............................

วันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การจำแนกกรรมโดยกิจ



 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

ข้อความในมโนรถปุรณีอรรถกถา อังคุตตรนิกาย ติกนิบาต ปฐมปัณณาสก์  จำแนกกรรมไว้ดังนี้ คือ
ทิฏฐธัมมเวทนียกรรม อุปปัชชเวทนียกรรม  อปรปริยายเวทนียกรรม

 แสดงถึงการให้ผลของกรรมโดยกาล  ครุกรรม  พหุลกรรม  อาสันนกรรม  กฏัตตาวาปนกรรม  การให้ผลของกรรมโดยลำดับของกรรมที่เป็นกรรมที่มีกำลังมาก หรือกรรมที่ไม่มีกำลัง

การให้ผลของกรรม โดยกระทำกิจมี ๔ คือ
                       ชนกกรรม๑  อุปถัมภกกรรม๑  อุปปีฬกกรรม๑  อุปฆาตกกรรม๑

กรรมที่ได้กระทำไปแล้ว  แล้วแต่จะกระทำกิจใดใน ๔ กิจ.....

ชนกกรรม  คือ  กรรมที่ทำให้ปฏิสนธิจิตเกิดขึ้น

อุปถัมภกกรรม  คือ เมื่อวิบากอันกรรมอื่นทำให้เกิดแล้ว  อุปถัมภกกรรมย่อมตามสนับสนุนความสุขและความทุกข์ คือ ทำให้การได้รับวิบากที่เป็นสุข  หรือวิบากที่เป็นทุกข์ ยืดยาวและดำรงต่อไปอีก  เพราะเหตุว่า ทั้งกุศลกรรมและอกุศกรรมย่อมเป็นอุปถัมภกกรรม  คือ ทำกิจอุปถัมภ์ได้

อุปปีฬกกรรม  คือ เมื่อวิบากอันกรรมอื่นทำให้เกิดแล้ว  อุปปีฬกกรรมย่อมบีบคั้นเบียดเบียนความสุขความทุกข์  คือ ไม่ให้ความสุขก็ดี หรือความทุกข์ก็ดี ไม่ให้ยืดยาวต่อไป นั่นเป็นกิจของอุปปีฬกกรรม

อุปฆาตกกรรม  คือ  กรรมที่เป็นกุศลหรือกรรมที่เป็นอกุศลนั้น เป็นกรรมที่กำจัดกรรมที่มีกำลังอ่อนอย่างอื่นเสีย  ขัดขวางวิบากของกรรมนั้น  แล้วก็ย่อมจะทำโอกาสแก่่วิบากของตน

เพราะฉะนั้น ถ้าจะจำแนกกรรมโดยกิจ  ไม่มีผู้ใดสามารถรู้ได้โดยประจักษ์แจ้งว่า กรรมที่ได้กระทำแล้วในชาติก่อนและในอดีตอนันตชาติมาแล้ว กรรมใดทำให้ปฏิสนธิจิตในชาตินี้เกิดขึ้น  กรรมนั้นเป็นชนกกรรม

                                                   ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน
                                                   
                                                     ขออุทิศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์





วันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2555

หลีกออกด้วยใจ



 ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

การหลีกออกในที่นี้หมายถึงการหลีกออกจากการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเรา  ไม่ได้หมายถึงการหลีกออกหมู่คน  ปัญญาเท่านั้นที่จะค่อย ๆ หลีกออกจากความเห็นผิด หลีกออกจากความติดข้อง  ถ้ายังหลีกออกจากความเห็นผิดไม่ได้ก็จะหลีกออกจากคนโน้นคนนนี้ไม่ได้เลย

การหลีกออกจากจิตที่เคยเข้าใจว่าเป็นเรา ยังไม่มีความเข้าใจธรรม  ขณะนั้นไม่ต้องไปหลีกไม่ต้องมีตัวตนไปไหนหรือทำอะไรทั้งสิ้น  แต่ปัญญานั่นเองที่จะค่อย ๆ หลีกออกจากความไม่รู้และความติดข้อง  อย่างอื่นไม่สามารถที่จะหลีกออกจากความไม่รู้และความติดข้องได้เลย  พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับ ณ พระวิหารเชตวันไม่ได้ประทับอยู่องค์เดียว  พระองค์ไม่ได้หลีกออกไปไหน แต่หลีกออกด้วยใจ

ถ้าหลีกออกด้วยใจ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะไม่มีความติดข้อง  แต่ถ้ายังติดข้องอยู่  ก็ยังไม่เป็นการหลีกออกด้วยใจ  ไม่ได้หลีกออกจากผู้อื่น  แต่เป็นการหลีกออกจากความเห็นผิด หลีกออกจากการยึดถือสภาพธรรมว่าเป็นเรา  ถ้ายังมีเราก็มีเขา แล้วจะหลีกออกได้อย่างไร  แต่ถ้าหลีกออกจากความยึดถือทั้งหมดที่เป็นเรา ก็จะสามารถรู้ได้ว่า ไม่ว่าใคร ๆ ทั้งนั้น ก็คือธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม มีธาตุรู้ และมีสิ่งที่สามารถกระทบจักขุประสาท ทำให้เกิดรูปร่างสัณฐาน  เวลาที่เห็น  เวลาที่ได้ยิน  เวลาที่พูด ก็คือความคิดของจิตที่มีอยู่ที่มหาภูตรูป และสื่งที่ปรากฏเป็นรูปร่างสัณฐานต่าง ๆ  ที่จำไว้ว่าเป็นคนนั้นคนนี้  แต่ความจริงแล้วคือ แต่ละหนึ่งธาตุซึ่งเกิดดับอยู่ตลอดเวลา แล้วแต่ว่าจะปรากฏทางไหน.


                                                   ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่าน

                                                     ขออุทศส่วนกุศลให้แก่สรรพสัตว์